วันศุกร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้ที่ 14
วัน ศุกร์ ที่ 17 เดือน เมษายน พ.ศ .2563
↠ เริ่มการเช็คชื่่อด้วย โปรแกรม ZOOM ที่สามารถเห็นหน้าเห็นตากันได้
⇒ อธิบายแนวข้อสอบ
⇛ เพื่อนนำเสนอบทความ
⇥นัดหมายส่งแบบสำรวจ 04/05/2563
⇥นัดหมายสอบปลายภาค 08/05/2563
ประเมินตนเอง
เข้าเรียนตรงเวลาาที่อาจารย์นัดหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์ เข้าเรียนตรงเวลา
ประเมินอาจารย์
เตรียมพร้อมสำหรับการสอนใกล้สอบก็มีแนวข้อสอบให้ใจดีมากๆเลยค่ะ
วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้งที่ 13
วัน ศุกร์ ที่ 17 เดือน เมษายน พ.ศ .2563
↠ เริ่มการเช็คชื่่อด้วย โปรแกรม ZOOM ที่สามารถเห็นหน้าเห็นตากันได้
⇒ สุ่มตรวจแบบสังเกตพฤติกรรม 5 คน ผลปรากฎว่าเพื่อนๆๆเขียนออกมาได้ดีแต่ยังไม่ชัดเจน ต้องระบุลงไปลึกกว่านี้ถึงจะเห็นพฤติกรรมที่ชัดเจนในแต่ละด้าน
⇥สัปดาห์เจอกันคาบสุดท้าย
ประเมินตนเอง
เข้าเรียนตรงเวลาาที่อาจารย์นัดหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์ เข้าเรียนตรงเวลา
ประเมินอาจารย์
มีการปรับปรุงการสอนอยู่เสมอ
บันทึกอนุทินครั้งที่ 12
↠ เริ่มการเช็คชื่่อด้วย โปรแกรม ZOOM ที่สามารถเห็นหน้าเห็นตากันได้
↬เนื้อหาที่เรียนเกี่ยวการสังเกตพฤติกรรมเด็ก โดยเด็กที่เราสังเกตเป็นลูกของเพื่อน อ.บาส คือ ครูเหมียว มีลูก 3 คน คือ อัสมี่ มีอา นาดา ให้เลือกสังเกต 1 คน เราจะได้เห็นพัฒนาการที่ชัดเจน โดยเราจะสังเกตพฤติกรรมด้านไหนก็ให้ระบุให้ชัดเจน เช่น พฤติกรรมด้านสติปัญญา (คณิตศาสตร์) ก็ให้ระบุว่าทำอะไรบ้างวาดรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม เป็นต้น สำหรับเนื้ออหาในวันนี้ก็มีเพียงเท่านี้
⇨ สัปดาห์หน้าส่งแบบสังเกตพฤติกรรม 1 แผ่น
ประเมินตนเอง
เข้าเรียนตรงเวลาาที่อาจารย์นัดหมายซักถามเวลาสงสัย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์ เข้าเรียนตรงเวลา
ประเมินอาจารย์
มีการปรับปรุงการสอนอยู่เสมอ อธิบายจนนักศึกษาเข้าใจ
บันทึกอนุทินครั้งที่ 11
วัน ศุกร์ ที่ 3 เดือน เมษายน พ.ศ .2563
↠ เริ่มการเช็คชื่่อด้วย โปรแกรม ZOOM ที่สามารถเห็นหน้าเห็นตากันได้
-สุ่มเลือกแบบสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัยมา 1 คน โดยเลือกเป็นคนที่ส่งคนแรก แบบสังเกตพฤติกรรมควรสังเกตแบบปีต่อปีเพราะไม่สามารถทำแบบสังเกตไว้ล่วงหน้าได้ พฤติกรรมย่อมเปลี่ยนแปลงไป โดยแบบสังเกตก็ควรจะยึดเล่มหลักสูตรปฐมววัย พุธศักราช2560 เป็นเกณฑ์ ดูมาตฐาน ตัวบ่งชี้
⇢ กลับมาเรียนผ่านการไลฟ์สดทาง Facebook อ.บาสได้สรุปงานที่ต้องทำโดยอ.บาสจะทำแบบฟอร์มให้พร้อมทั้งยกตัวอย่างให้นักศึกษาเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
ประเมินตนเอง
เข้าเรียนตรงเวลาาที่อาจารย์นัดหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์ เข้าเรียนตรงเวลา ตอบโต้อารจารย์เวลาอาจารย์ถาม
ประเมินอาจารย์
มีการปรับปรุงการสอนอยู่เสมอถ้าไม่เข้าใจให้ถามได้แล้วยังเข้าใจนักศึกษาถามถึงการเป็นอยู่
⇢ กลับมาเรียนผ่านการไลฟ์สดทาง Facebook อ.บาสได้สรุปงานที่ต้องทำโดยอ.บาสจะทำแบบฟอร์มให้พร้อมทั้งยกตัวอย่างให้นักศึกษาเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น
ประเมินตนเอง
เข้าเรียนตรงเวลาาที่อาจารย์นัดหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์ เข้าเรียนตรงเวลา ตอบโต้อารจารย์เวลาอาจารย์ถาม
ประเมินอาจารย์
มีการปรับปรุงการสอนอยู่เสมอถ้าไม่เข้าใจให้ถามได้แล้วยังเข้าใจนักศึกษาถามถึงการเป็นอยู่
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้งที่ 10
วัน ศุกร์ ที่ 27 เดือน มีนาคม พ.ศ .2563
↠ เริ่มการเช็คชื่่อด้วย โปรแกรม ZOOM ที่สามารถเห็นหน้าเห็นตากันได้
⇻ต่อมาก็ไลฟ์สดผ่าน facebook สอนเนื้อหาเรื่อง การแก้ปัญหาพฤติกรรมเด็ก โดยมีปัจจัยที่มีผลตาอพฤติกรรม คือ ตัวเด้กเอง สภาพแวดล้อม การอบรมเลี้ยงดู เป็นต้น มีหลักสังเกตว่าพฤติกรรมใดเป็นปัญหาพิจารณาจากหลายอย่าง เช่น อายุและเกณฑ์ปกติของพัฒนาการ ชนิดของพฤติกรรม ความบ่อยหรือความถี่ของพฤติกรรม ความรุนแรงที่แสดงออก เช่น
การร้องอาละวาด พบบ่อยในช่วงอายุ 2-5 ปี
ลักษณะการแสดงออก เด็กเมื่อโกรธจะทำลายของ หรือ กระทืบเท้า นอนดิ้น กรีดร้อง เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ ตนต้องการ
สาเหตุ ขั้นตอนของพัฒนาการเป็นช่วงที่เด็กมีความดื้อรั้นเอาแต่ใจ
การดูแลแก้ไข
อธิบายให้พ่อแม่เข้าใจว่าเป็นพัฒนาการด้านอารมณ์
ที่ปกติหายได้ด้วยการช่วยเหลือที่เหมาะสม
หลีกเลี่ยงการยั่วให้โกรธ หรือขัดใจ
ให้รู้จักระบายความโกรธด้วยการพูด
***งานที่ได้รับมอบหมาย คือ ให้ลองสร้างเครื่องมือที่ใช้ทดสอบพฤติกรรมเด็กทั้ง 4ด้าน ด้านละ10 ข้อ และให้ไปสังเกตพฤติกรรมลูกของครูเหมียวที่เป็นเพื่อนของ อ.บาส*****
ประเมินตนเอง
เข้าเรียนตรงเวลาาที่อาจารย์นัดหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์ เข้าเรียนตรงเวลา
ประเมินอาจารย์
มีความเข้านักศึกษา เตรียมพน้อมสำหรับการสอนทั้งอุปกรณ์โน็ตบุ๊ค เนื้อหาที่เรียน
ประเมินตนเอง
เข้าเรียนตรงเวลาาที่อาจารย์นัดหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์ เข้าเรียนตรงเวลา
ประเมินอาจารย์
มีความเข้านักศึกษา เตรียมพน้อมสำหรับการสอนทั้งอุปกรณ์โน็ตบุ๊ค เนื้อหาที่เรียน
บันทึกอนุทินครั้งที่ 9
วัน ศุกร์ ที่ 20 เดือน มีนาคม พ.ศ .2563
วันนี้เป็นวันนแรกที่อ.บาส ไลฟ์สดทาง facebook เนื่องจากสถานการณ์โควิดระบาดไม่หายทางมหาลัยจึงปิดทำการเรียนการสอนให้เรียนทางออนไลน์แทน ในส่วนของวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันเพื่อนบางคนอยู่บ้าน บางคนอยู่หอหลังมอ ซึ่งก็มีงานให้ทำมีคลิปวิดีโอพฤติกรรมเด็กให้สังเกตแล้วให้นักศึกษาบอกพฤติกรรมการเรียนรู้พร้อมทั้งอ้างอิงนักทฤษฎีด้วย
***หวังว่าการเรียนการสอนในครั้งหน้าจะดีขึ้นและมีงานไม่เยอะนะคะ5555555******
ประเมินตนเอง
เข้าเรียนตรงเวลาาที่อาจารย์นัดหมาย
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์ เข้าเรียนตรงเวลา
ประเมินอาจารย์
มีการปรับปรุงการสอนอยู่เสมอถ้าไม่เข้าใจให้ถามได้
วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้งที่ 8
วัน ศุกร์ ที่ 13 เดือน มีนาคม พ.ศ .2563
************นำเสนองานวิจัย**************
กลุ่มเรานำเสนอวิจัย เรื่อง พฤติกรรมความร่วมมือของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกลุ่ม
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาวิจัย
- แรกเกิดจนถึง 8 ปีเป็นระยะที่สําคัญที่สุดของการพัฒนาด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ สังคม และบุคลิกภาพ
- เด็กปฐมวัยยังยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง ยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่ยอมยอมรับความคิดเห็นแและความรู้สึกของตนเอง
- ควรส่งสริมพฤติกรรมทางสังคม โดยการจัดประสบการณ์และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความพร้อมด้านสังคม
- จัดกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการตามวัยของเด็ก
- เด็กเกิดการพัฒนาทักษะทางสังคม และลักษณะนิสัยที่ดีงามและเหมาะสมตามวัย
- กิจกรรมกลุ่มจึงช่วยส่งเสริมทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม สติปัญญาไปพร้อมๆ กัน
วัตถุประสงค์/จุดมุ่งหมายของวิจัย
1. เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างและการเปลี่ยนแปลงของคะแนนพฤติกรรมความร่วมมือโดยเฉลี่ยรวมของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกลุ่มในแต่ละชวงสัปดาห์
2. เพื่อวิเคราะห์ความแตกต่างและการเปลี่ยนแปลงของคะแนนพฤติกรรมความร่วมมือของเด็กปฐมวัยแยกเป็นรายด้าน ได่แฟก่ การร่วมมือ การช่วยเหลือ ความรับผิดชอบ ที่ได้รับการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์เป็นกลุ่ม ก้อนการจัดกิจกรรมและหลังการจัดกิจกรรมในแต่ละช่วงสัปดาห์
ประโยชน์/สมมุติฐานที่คาดว่าจะได้รับ
1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกลุ่ม มีความแตกต่างและการเปลี่ยนแปลงของคะแนนพฤติกรรมความร่วมมือ โดยเฉลี่ยรวมก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นกลุ่ม ในแต่ละช่วงสัปดาห์แตกต่างกัน
ประเมินตนเอง
เตรียมสรุปเนื้อหาก่อนที่จะออกไปเล่าใหเพื่อนๆฟัง
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการตั้งใจฟังและเตรียมงานวิจัยมาพร้อมที่จะนำเสนอ
ประเมินอาจารย์
คอยแนะนำให้ความรู้เพิ่มเติมไปด้วยระหว่างที่เพื่อนอธิบายงานวิจัย
วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้งที่ 6
วัน ศุกร์ ที่ 14 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ .2563
**************วันนี้นำเสนอบทความ****************
1. 3 เรื่องเล่น การเล่น ของเล่นที่ดีต่อพัฒนาการลูกวัย 4-5 ปี
1. เล่นกีฬา สร้างกล้ามเนื้อแข็งแรง การเล่นที่ใช้กำลังขา กำลังแขน เช่น เตะฟุตบอล บาสเก็ตบอล วิ่งเล่นกลางแจ้ง ขี่จักรยาน เมื่อลูกได้ออกกำลังกาย กล้ามเนื้อใหญ่แล้วสิ่งที่ควรทำควบคู่ไปด้วยคือการพัฒนากล้ามเนื้อมือและนิ้วมือของลูกให้แข็งแรง หรือจัดกิจกรรมให้ลูกได้วาดภาพแนะนำของเล่นฝึกกล้ามเนื้อ : เล่นของเล่นที่ได้โยนหรือส่งต่อเบาๆ เพื่อการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งแขนและขา เช่น ลูกบอลยาง ห่วงยาง
2. เล่นดนตรี สร้างสมาธิ กิจกรรมที่ช่วยเรื่องสมาธิ ได้แก่ กิจกรรมทางด้านดนตรี เช่น ฟังดนตรี เล่นเครื่องดนตรี รวมถึงการอ่าน ซึ่งถือเป็นการเล่นที่ได้ทักษะหลายด้าน ทั้งได้พัฒนาทักษะการฟัง การอ่าน การเชื่อมโยงของเรื่องราว โดยเฉพาะการฟังหรือการเล่นดนตรี นอกจากได้พัฒนากล้ามเนื้อแล้ว ยังมีผลต่อการพัฒนาทักษะสมองอีกด้วย
แนะนำของเล่นฝึกสมาธิ : หนังสือนิทานที่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ส่วนการเล่นดนตรี หากไม่มีเครื่องดนตรีคุณแม่สามารถชวนลูกฟังเพลง ร้องเต้นไปด้วยกันได้ค่ะ ชวนเขาคุยถึงเนื้อเพลง ทำบ่อยๆ จะช่วยให้เขาจดจ่อกับเพลงที่ฟังมากขึ้น เป็นการฝึกสมาธิไปในตัว
3. เล่นบทบาทสมมติ ริเริ่มสร้างสรรค์ วัยนี้ชอบเล่นอิสระและการเล่นที่ได้ใช้จินตนาการ สนุกกับการเล่นที่ท้าทาย และสามารถทำกิจกรรมกรรมที่ซับซ้อนได้มากขึ้น ลูกวัยนี้จึงชอบเล่นบทบาทสมมติ เช่น เล่นเกี่ยวกับคนในครอบครัว จำลองสถานการณ์บางอย่างที่คุ้นเคย หรือเล่นเลียนแบบอาชีพ เพราะได้ใช้จินตนาการ ได้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยตัวเอง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาทักษะอื่นๆ ในอนาคต
แนะนำของเล่นฝึกความคิดสร้างสรรค์ : ของเล่นสำหรับการเล่นบทบาทสมมติ เช่น ชุดเครื่องครัวจำลอง อุปกรณ์ทำงานบ้านสำหรับเด็ก หรือชวนลูกเข้าครัวเรียนจากอุปกรณ์จริง เขาจะรู้สึกสนุกและท้าทาย มากขึ้น แต่จะต้องไม่ลืมดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วย
2. พฤติกรรมชอบแย่ง และหวงของเล่น **นางสาววิไลวรรณ พิมสมบูรณ์**
วิธีปรับพฤติกรรมให้เด็กรู้จักแบ่งปัน ไม่ขี้แย่ง หรือหวงของเล่นนั้น
1. พ่อแม่ไม่ควรลงโทษให้เด็กเกิดความอายหรือเสียหน้า เพราะจะทำให้เด็กรู้สึกถูกทอดทิ้ง ผลที่ตามมาคือ เด็กจะก้าวร้าวมากขึ้น และสับสนในเรื่องสิทธิและระเบียบวินัย
2. ถ้าเด็กจะไปแย่งของคนอื่น พ่อแม่ควรจับมือออก ไม่ให้แย่ง และไม่ดุเด็ก หรือใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจไปสิ่งอื่น
3. ควรดูแลสภาพจิตใจเด็กพฤติกรรมที่ผิดปกติอย่างไร **นางสาวสุทธิดา สูยะนันทน์**
1. ปรับสภาพแวดล้อมรอบตัว อย่างที่บอกว่าพฤติกรรมผิดปกติเกิดขึ้นได้ ส่วนหนึ่งมาจากสภาพแวดล้อมรอบตัวหล่อหลอมให้เกิด ดังนั้นเราจึงควรปรับตรงจุดนี้ก่อน ทั้งคำพูด ก็ควรพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่ใช้คำรุนแรง หยาบคาย, คำสั่ง ก็ควรเปลี่ยนมาเป็นแนะนำมากกว่า ทำอย่างนี้ดีไหม
2. ค่อยๆ จัดระเบียบการใช้ชีวิต จัดระเบียบที่ว่าคือด้านการกิน การนอนหลับ หรือการมีสถานที่ภายในบ้านเป็นมุมต่างๆ เพื่อให้เด็กมีกิจกรรมทำเป็นเวลา รู้ว่าเวลานี้ต้องทำอะไรบ้าง ก็จะทำให้เด็กมีจุดสนใจอื่นเข้ามาแทนพฤติกรรมที่ผิดปกติต่างๆ
3. พาเด็กๆ ออกสู่โลกภายนอกบ้าง เราต้องพาพวกเขาออกไปข้างนอก ท่องเที่ยวชมธรรมชาติ เจอบรรยากาศใหม่ๆ หรือพาไปทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่เด็กชื่นชอบบ้าง แล้วก็ต้องทำร่วมกันด้วยนะ เพื่อสร้างความสุข สนุกสนานให้กับเด็ก
4. หมั่นเอาใจใส่ พูดคุยร่วมกัน เราในฐานะพ่อแม่ ผู้ปกครองควรให้ความสนใจ เอาใจใส่เด็กๆ พูดคุยเรื่องต่างๆ หรือให้เด็กได้ระบายสิ่งที่เจอมาในชีวิตประจำวัน จากที่โรงเรียน จากเพื่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เก็บกดจนเกิดพฤติกรรมผิดปกติ
5. ให้เด็กได้ฝึกสมาธิบ้าง การทำสมาธิจัดเป็นการดูแลสภาพจิตใจของเด็กที่มีพฤติกรรมผิดปกติอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีเลยทีเดียว และเริ่มสอนการหายใจเข้า – ออก การนับเลขในใจ
6. เบี่ยงเบนความสนใจ หากเด็กกำลังจะเกิดพฤติกรรมผิดปกติไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม พ่อแม่ผู้ปกครองต้องพยายามเบี่ยงเบนความสนใจตรงนั้นออกไป
4. 9 วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เมื่อลูกเริ่มก้าวร้าว **นางสาวศิริพร เรืองโสม**
1.จำไว้ว่าเขาคือลูกไม่ใช่เพื่อน
2.แก้ไขให้รวดเร็ว
3.ควรมีมาตฐานเดียวกันทั้งครอบครัว
4.ให้ลูกเข้าใจถึงการเข้าสังคม
5.จงสุภาพกับลูก
6.อย่าคาดหวังมากเกินไป
7.ค่อยๆพูดกับลูก ค่อยๆอธิบายถึงเหตูผลที่ลูกไม่ควรทำ
8.พูดถึงอนาคต หลังจากลูกอารมณ์สงบแล้วควรเรียกลูกมาคุยถึงผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำของลูก
9.อย่าเก็บไว้เป็นอารมณ์ เวลาลูกพูดไม่ดี พ่อแม่อย่าเก็บไว้เป็นอารมณ์ ต้องชี้แนะแนวทางที่ถูกต้อง
5. ค้นสาเหตุ-แก้ปัญหา: ลูกไม่ยอมพูดเสียที **นางสาวบรรพตร ทรงประดิษฐ**
6 สาเหตุ ลูกไม่ยอมพูด หรือพูดช้า
1. หูตึงหรือหูหนวก อาจเป็นแต่กำเนิดหรือเกิดจากการติดเชื้อที่หูชั้นกลางบ่อยๆ หากสงสัยว่าลูกไม่ได้ยินให้พาไปตรวจที่แผนกหู เพื่อการวินิจฉัยและใส่เครื่องช่วยฟัง
2. สมองพิการ เกิดจากหลายสาเหตุ เช่น โครโมโซมผิดปกติแต่กำเนิด ภาวะขาดออกซิเจน ส่วนใหญ่แก้ไขให้กลับมาเป็นปกติไม่ได้ แต่ช่วยเหลือให้ดีขึ้นได้ด้วยนักกายภาพบำบัด นักฝึกพูด และนักกระตุ้นพัฒนาการ
3. ขาดการกระตุ้นพัฒนาการที่ถูกต้องตามวัย เช่น รู้ใจเด็กมากเกินไป ไม่มีคนคอยพูดคุยด้วย อยู่กับพี่เลี้ยงต่างด้าว ดูทีวีหรือติดมือถือ-แท็บเล็ต วิธีแก้ไข คือ งดดูทีวี-มือถือ-แท็บเล็ต ให้พูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกับเด็กให้มากขึ้น ฝึกอ่านหนังสือนิทานด้วยกันทุกวัน
4. เป็นบ้านที่มีการพูดหลายภาษา อาจทำให้เด็กบางคนไม่แน่ใจ เกิดความลังเลในช่วงแรกๆ แต่ภายหลังก็สามารถพูดได้ทั้งหมดทุกภาษา
5. เป็นพันธุกรรม อาจมีพ่อหรือแม่มีประวัติพูดช้าเช่นเดียวกัน เป็นประเภทม้าตีนปลาย เดี๋ยวพูดได้จะพูดไม่หยุด
6. ภาวะออทิสติก นอกจากลูกไม่ยอมพูด ก็มักมีความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ขาดการสบตา ไม่ชอบเล่นกับคนชอบอยู่ในโลกส่วนตัว ชอบทำอะไรซ้ำซากและเป็นการเล่นที่ขาดจินตนาการ แก้ไขโดยการฝึกพูดและฝึกพัฒนาการด้านการสื่อสารกับผู้อื่น
ประเมินตนเอง
เตรียมสรุปบทความก่อนที่จะออกไปเล่าใหเพื่อนๆฟัง
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆให้ความร่วมมือในการตั้งใจฟังและเตรียมบทความมาพร้อมที่จะนำเสนอ
ประเมินอาจารย์
คอยแนะนำให้ความรู้เพิ่มเติมไปด้วยระหว่างที่เพื่อนเล่าบทความ
วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้งที่ 5
วัน ศุกร์ ที่ 31 เดือน มกราคม พ.ศ.2563
เนื้อหาที่เรียน " วิธีการการศึกษาพฤติกรรมเด็กปฐมวัย "
1. การทดลอง โดยมุ่งศึกษาความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลระหว่างเหตุการณ์สองเหตุการณ์ และเหตุการณ์ที่เป็นเหตุ เรียกว่า ตัวแปรอิสระ ส่วนเหตุการณ์ที่เป็นผล เรียกว่า ตัวแปรตาม
2. การสำรวจ
3. วิธีการตรวจสอบจิตตนเอง วิธีการที่บุคคลสังเกตตนเองหรือสำรวจตนเอง
4. วิธีทางคลินิก เป็นการศึกษาพฤติกรรมแบบลึก รายใดรายหนึ่งโดยใช้เครื่องมือหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้ได้ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน และใช้ระยะเวลานาน
5. การสังเกตอย่างมีระบบ
2. การสำรวจ
3. วิธีการตรวจสอบจิตตนเอง วิธีการที่บุคคลสังเกตตนเองหรือสำรวจตนเอง
4. วิธีทางคลินิก เป็นการศึกษาพฤติกรรมแบบลึก รายใดรายหนึ่งโดยใช้เครื่องมือหลาย ๆ อย่าง เพื่อให้ได้ข้อมูลหลาย ๆ ด้าน และใช้ระยะเวลานาน
5. การสังเกตอย่างมีระบบ
6. การใช้แบบสอบถาม
7. การทดสอบทางจิตวิทยา
**สัปดาห์หน้านำเสนออบทความ
7. การทดสอบทางจิตวิทยา
**สัปดาห์หน้านำเสนออบทความ
ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและให้ความร่วมมือในการตอบคำถาม
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆเงียบตั้งใจฟังอาจารย์สอนเวลาอาจารย์ถามก็ตอบ
ประเมินอาจารย์
มีการเตรียมไฟล์ที่จะสอนพร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาอย่างดี มาสอนตรงเวลา
วันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้งที่ 4
วัน ศุกร์ ที่ 31 เดือน มกราคม พ.ศ.2563
เนื้อหาที่เรียน
เรียนเรื่อง “สมรรถนะทั้ง 7 ด้านของเด็กปฐมวัย ” ซึ่งคำว่า สมรรถนะ หมายถึง คือพฤติกรรมบ่งชี้ของแต่ละวัย (ช่วงอายุ) ว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง
ความสำคัญ
⇴ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กและครูปฐมวัยมีความรู้ ความเข้าใจ เด็กปฐมวัยมากขึ้น
⇴สร้างความตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัยมากขึ้น
ความสำคัญ
⇴ทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง ผู้ดูแลเด็กและครูปฐมวัยมีความรู้ ความเข้าใจ เด็กปฐมวัยมากขึ้น
⇴สร้างความตระหนักในความสำคัญของการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัยมากขึ้น
สมรรถนะ 7 ด้าน ประกอบด้วย
(1) การเคลื่อนไหวและสุขภาพทางกาย
(2) พัฒนาการด้านสังคม
(3) พัฒนาการด้านอารมณ์
(4) พัฒนาการด้านการคิดและสติปัญญา
(5) พัฒนาการด้านภาษา
(6) พัฒนาการด้านจริยธรรม
(7) พัฒนาการด้านการสร้างสรรค์
***งานที่ได้รับมอบหมาย สรุปองค์ความรู้สมรรถนะทั้ง 7 ด้านของเด็กปฐมวัย
ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและให้ความร่วมมือในการตอบคำถาม
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆเงียบตั้งใจฟังอาจารย์สอนเวลาอาจารย์ถามก็ตอบ
ประเมินอาจารย์
มีการเตรียมไฟล์ที่จะสอนพร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาอย่างดี มาสอนตรงเวลา
วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้งที่ 3
เนื้อหาที่เรียน
เรียนเรื่องพัฒนาการเด็กปฐมวัยซึ่งมีความสำคัญ คือ
-พัฒนาการผิดปกติ ถ้าพบเร็ว สามารถแก้ไขรักษาได้เร็ว กลับมามีพัฒนาการปกติได้
ประเมินตนเอง
เรียนเรื่องพัฒนาการเด็กปฐมวัยซึ่งมีความสำคัญ คือ
-พัฒนาการผิดปกติ ถ้าพบเร็ว สามารถแก้ไขรักษาได้เร็ว กลับมามีพัฒนาการปกติได้
-พัฒนาการปกติ ส่งเสริมให้มีพัฒนาการได้เต็มที่
เด็กจะมีพัฒนาการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเป็นลำดับขั้นและมีวิธีสังเกตพัฒนาการของเด็ก เช่น
แรกเกิด-อายุต่ำกว่า 1 เดือน มองหน้าสบตา
วิธีทดสอบ ให้เด็กนอนหงาย ผู้ทดสอบยื่นหน้าห่างจากหน้าเด็กประมาณ 12 นิ้ว
ผ่าน เด็กมองดูหน้าผู้ทดสอบนาน 1-3 วินาที
อายุ 1-2 เดือน สนใจฟัง และมองหาเสียง ทำเสียงอูอา โต้ตอบ
วิธีทดสอบ ระหว่างการทดสอบ ผู้ทดสอบพูดคุยกับเด็ก สังเกตเด็กมีเสียงอูอาอย่างชัดเจน
ผ่าน เด็กทำเสียงออกจากลำคอจนได้ยินในระยะ 2 ฟุตได้
อายุ 3-4 เดือน หันหาเสียง
วิธีทดสอบ ให้เด็กนั่งตักพ่อแม่ หันหน้าไปทางพ่อแม่ ผู้ทดสอบอยู่ด้านหลัง เด็กห่างประมาณ 8 นิ้ว ส่งเสียงดังเบาๆหลายๆครั้ง
ผ่าน เด็กหันหาเสียง
ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและให้ความร่วมมือในการตอบคำถาม
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆเงียบตั้งใจฟังอาจารย์สอนเวลาอาจารย์ถามก็ตอบ
ประเมินอาจารย์
มีการเตรียมไฟล์ที่จะสอนพร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาอย่างดี มาสอนตรงเวลา
วันอังคารที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้งที่ 2
วัน ศุกร์ ที่ 17 เดือน มกราคม พ.ศ.2563
เนื้อหาที่เรียน
เรียนเรื่องการศึกษาพฤติกรรมเด็กปฐมวัย มีทั้งความหมายของพฤติกรรมเด็กว่าเป็น กิริยาอาการ ที่แสดงออกทุกรูปแบบของสิ่งมีชีวิตเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้า ทั้งภายนอกและใน
พฤติกรรมภายนอก
พฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior) คือ การกระทำหรือปฏิกิริยาทางร่างกาย ที่ทั้งเจ้าตัวและบุคคลอื่นสามารถสังเกตผ่านอวัยวะรับสัมผัส
พฤติกรรมภายใน
พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior) คือ กระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลจะโดยรู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัวก็ตาม เป็นกระบวนการที่ไม่สามารถสังเกตได้
และสุดท้ายก็ร่วมกันดูคลิปวิดีโอพฤติกรรมเด็ก
เรียนเรื่องการศึกษาพฤติกรรมเด็กปฐมวัย มีทั้งความหมายของพฤติกรรมเด็กว่าเป็น กิริยาอาการ ที่แสดงออกทุกรูปแบบของสิ่งมีชีวิตเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้า ทั้งภายนอกและใน
พฤติกรรมภายนอก
พฤติกรรมภายนอก (Overt Behavior) คือ การกระทำหรือปฏิกิริยาทางร่างกาย ที่ทั้งเจ้าตัวและบุคคลอื่นสามารถสังเกตผ่านอวัยวะรับสัมผัส
พฤติกรรมภายใน
พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior) คือ กระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลจะโดยรู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัวก็ตาม เป็นกระบวนการที่ไม่สามารถสังเกตได้
และสุดท้ายก็ร่วมกันดูคลิปวิดีโอพฤติกรรมเด็ก
ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและให้ความร่วมมือในการตอบคำถาม
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆเงียบตั้งใจฟังอาจารย์สอนเวลาอาจารย์ถามก็ตอบ
ประเมินอาจารย์
มีการเตรียมไฟล์ที่จะสอนพร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาอย่างดี
วันศุกร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2563
บันทึกอนุทินครั้งที่1
วัน ศุกร์ ที่ 10 เดือน มกราคม พ.ศ.2563
เนื้อหาที่เรียน
-แนะนำเกี่ยวกับรายวิชาที่เรียนพร้อมทั้งชี้แจงคะแนนและงานทั้งหมด
-มีการทดสอบความรู้ก่อนเรียนด้วย Quizizz.com ซึ่งข้อสอบในแบบทดสอบจะนำมาเป็นข้อสอบปลายภาค
ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและให้ความร่วมมือในการทำแบบทดสอบ
ประเมินเพื่อน
เพื่อนๆเงียบตั้งใจฟังอาจารย์สอนเวลาอาจารย์ถามก็ตอบ
ประเมินอาจารย์
มีการเตรียมไฟล์ที่จะสอนพร้อมทั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาอย่างดี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

















